มรดกอาเซียน

มรดกอาเซียน

บรูไนดารุสซาลาม

อุทยานแห่งชาติบอกอร์

วามหลากหลายทางชีวภาพในหมู่หมอกและสถานที่ปรักหักพัง

เรียก ว่านิยมมากขึ้นเป็น อุทยานแห่งชาติบอกอร์, ปราสาท Monivong อุทยานแห่งชาติก่อตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาเมื่อ 1 พฤศจิกายน 1993 และครอบคลุมพื้นที่ 140,000 เฮกตาร์ (1,400 ตารางกิโลเมตร) ที่ครอบคลุมสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ : Kampot, Kompong Spue และปราสาทพระสีหนุวิล พื้นที่ที่เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาช้างซึ่งอยู่ติดกันกับเทือกเขากระวานไป ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ขอบเขตทางตอนใต้ของอุทยานฯ ตั้งอยู่น้อยกว่าหนึ่งกิโลเมตรจากชายฝั่งของอ่าวไทย เหนือขอบเขตของรูปแบบการเชื่อมโยงที่เจ็ดกิโลเมตรถึง Kirirom National Park, แยกออกจากกันโดยเฉพาะทางหลวงแห่งชาติ ภูเขา Bokor ที่ 1,079 เมตร (3,540 ฟุต), เป็นจุดสูงสุดของอุทยานฯ
 
 
 
อินโดนีเซีย
Image
วัดบุโรพุทโธ (Borobudur)          วัดบุโรพุทโธ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือห่างออกไป 40 กิโลเมตร ของเมืองยอร์กยาการ์ตา บนเกาะชวา ถูกนับว่าเป็นวัดแห่งศาสนาพุทธที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ซึ่งวัดแห่งนี้ใช้เวลาในการสร้างประมาณ 75 ปี สร้างขึ้นในช่วงประมาณศตวรรษที่ 8 และ 9 ในอาณาจักรไศเลนทรา โดยใช้อิฐบล็อคประมาณ 2 ล้านก้อน สร้างสถานที่ศักสิทธิ์แห่งนี้ขึ้นมาจนมีขนาดใหญ่มหึมา หลังจากนั้นไม่นาน วัดบุโรพุทโธ ก็ถูกทิ้งไว้ไม่ได้รับการดูแล ในศตวรรษที่ 14 ด้วยเหตุใดก็ยังเป็นปริศนาอยู่ และจากนั้นวัดแห่งนี้ก็ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นขี้เถ้าภูเขาไฟมานับร้อยปีจนใน ปี 1814 ก็ถูกค้นพบโดย เซอร์ โทมัส แสตมฟอร์ด ราฟเฟิล และในช่วงระหว่างปี 1975 ถึง 1982 วัดแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณะครั้งยิ่งใหญ่ โดยรัฐบาลอินโดนิเซียและองค์การยูเนสโก ซึ่งสถานที่แห่งนี้ยังได้รับการบันทึกว่าเป็น “มรดกโลกที่ใหญ่ที่สุด” ในปี 1991 อีกด้วยสำหรับสิ่งที่ทำให้วัดบุโรพุทโธดูมีมนต์ขลัง ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เขามาดูความยิ่งใหญ่ของขนาดวัดแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมการตกแต่งอันสวยงาม เช่น จากหินบล็อคที่ได้รับการแกะสลัก ที่บอกเล่าเรื่องราวของพระสุตรา ที่มีฉากบรรยายถึง 1,460 ฉาก และที่น่าสนใจอีกอย่างคือจะมีชั้นของหินที่ถูกซ่อนเอาไว้บริเวณฐานของวัด ที่บอกเล่าถึงเรื่องราวที่มาของการออกแบบวัด จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่หนึ่งในอินโดนีเซีย

อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของรัฐซาบาห์ บนเกาะบอร์เนียว ทางตะวันออกของมาเลเซีย มีพื้นที่ 754 ตารางกิโลเมตร อยู่รอบๆภูเขาคินาบาลูซึ่งสูง 4,095.2 เมตร และเป็นภูเขาที่สูงที่สุดบนเกาะบอร์เนียว ภายในอุทยานเป็นแหล่งที่อยู่ของพันธุ์พืชและสัตว์หลากหลายชนิด โดยแบ่งเขตแหล่งที่อยู่ออกตามสภาพทางภูมิศาสตร์ออกได้เป็น 4 เขต ได้แก่ ป่าดิบชื้น ป่าสนเขา ทุ่งหญ้าบนที่สูง และพุ่มไม้บนยอดเขา บริเวณภูเขาเป็นแหล่งที่พบกล้วยไม้และพืชกินแมลงหลายสายพันธุ์ และยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ประจำถิ่นอีกมากมาย เช่น ปลิงแดงยักษ์คินาบาลู ไส้เดือนยักษ์คินาบาลู นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้าคินาบาลู

ที่มา

 
เวียดนาม

ป้อมปราการของราชวงศ์โห่

Tay Do castle South gate.JPG

ป้อมปราการของราชวงศ์โห่ (เวียดนาม: Thành nhà Hồ) เป็นป้อมปราการแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนาม สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์โห่ (ค.ศ. 1400-1407) ตั้งอยู่ที่ตำบลเต็ยซาย (Tây Giai) อำเภอหวิญหลก (Vĩnh Lộc) จังหวัดทัญฮว้า ริมชายฝั่งเวียดนามเหนือตอนกลาง

ปราสาทเต็ยโด (Tây Đô) มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวเหนือจรดใต้เท่ากับ 870.5 เมตร ตะวันออกจรดตะวันตกเท่ากับ 883.5 เมตร มีประตูสี่ด้าน ประตูหน้าคือประตูด้านทิศใต้ มีความสูง 9.5 เมตรและกว้าง 15.17 เมตร อีกสามประตูอยู่ทางทิศเหนือ ตะวันออก และตะวันตก

ตัวปราสาทสร้างขึ้นจากก้อนหิน ซึ่งแต่ละก้อนมีขนาดประมาณ 2 m x 1 m x 0.70 m

นอกเหนือจากประตูแล้ว ตัวปราสาทเกือบทั้งหมดได้พังทลายไปแล้ว

ป้อมปราการของราชวงศ์โห่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ป้อมปราการหลวงทังล็อง

ป้อมปราการหลวงทังล็อง เป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 11 โดยราชวงศ์ลี้ แสดงอิสรภาพที่มีต่อชาวจีนของชาวไดเวียด พระราชวังนี้เป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองและการศาสนามากว่า 13 ศตวรรษต่อเนื่องโดยตลอด

ป้อมปราการหลวงทังล็องได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 34 เมื่อปี พ.ศ. 2553 ที่กรุงบราซีเลีย ประเทศบราซิล ด้วยข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้

  • (ii) – เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใด ๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
  • (iii) – เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
  • (iv) – เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

สิงคโปร์

เชคจาวา(Chek Jawa) คือพื้นที่กว่า 100 เฮคเตอร์ที่น้ำท่วมถึง ตั้งอยู่ปลายด้านตะวันออกของพูเลา อูบิน(Pulau Ubin) เป็นพื้นที่ที่รวมหลากหลายระบบนิเวศไว้ในหนึ่งเดียว ได้แก่ ป่าชายฝั่ง ป่าโกงกาง สันดอนทราย ทะเลสาบหน้าทะเล ชายฝั่งหิน และแนวซากปะการัง เชคจาวาเป็นเหมือนอัญมณีแห่งชีวิตสัตว์ทะเล เต็มไปด้วยสัตว์ทะเลหลากหลายประเภท เช่น ปลาดาว ม้าน้ำ ปลาหมึกยักษ์ ดอกไม้ทะเล และฟองน้ำหลากสีที่อยู่ตามแนวปะการัง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้เฉพาะตอนที่น้ำลงต่ำสุดเท่านั้น และห้ามทิ้งขยะหรือเก็บสิ่งใดๆติดมือไป

พูเลา อูบิน (Pulau Ubin)

พูเลา อูบิน(Pulau Ubin) เป็นเกาะเล็กๆ(พื้นที่ 10.19 ตารางกิโลเมตร) อยู่ทางตอนเหนือของประเทศสิงคโปร์เป็นเกาะเล็กๆ และหมู่บ้านแบบชนบท เป็นพื้นที่อนุรักษ์สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติและชนบทได้อย่างเต็มที่ เช่น เหมืองกินแกรนิต สวนมะพร้าวและยางพารา ป่าโกงกาง ฟาร์มเลี้ยงปลาและกุ้ง และการตกปลาโบราณที่เรียกกันว่า “เกลอง” (Kelongs)

แผนที่แสดงตำแหน่งแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะเซ็นโตซ่า สิงคโปร์

เกาะเซนโตซ่า (Sentosa)

เดิมทีเกาะแห่งนี้มีชื่อว่า Palau Blakang Mati ซึ่งแปลเป็นภาษามาลายูว่า “เกาะแห่งความตาย” ฟังดูแล้วน่ากลัวนะครับ มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าเป็นเกาะอาถรรพ์สยองขวัญอะไรหรอกครับ แต่ที่มาของชื่อนี้เป็นเพราะว่า ในสมัยก่อนเกาะแห่งนี้เป็นหมู่บ้านชาวประมงและมีชาวประมงได้ล้มตายเป็นจำนวน มากจากโรคระบาดชาวบ้านก็เลยขนานนามเกาะนี้ว่า Palau Blakang Mati แต่ในภายหลังก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อเกาะแห่งนี้ไปอีกหลายชื่อ จนกระทั่งปี 2515 ได้ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น เกาะเซ็นโตซ่า ซึ่งมีความหมายว่า ความสงบสุข ในภาษามาลายู นับจากนั้นมานักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนประเทศสิงคโปร์

กัมบูชา

Sunrise at angkor wat.jpg

เมืองพระนคร

Preahvihear2.jpg

ปราสาทพระวิหาร

เป็นปราสาทหินตามแบบศาสนาฮินดูที่ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาพนมดงรัก (ภาษาเขมรว่า พนมดงเร็ก อันหมายถึง ภูเขาไม้คาน) สูงจากระดับทะเลปานกลาง 657 เมตร ที่ตั้งของศาสนสถานแห่งนี้รู้จักกันในนาม พนมพระวิหาร อันหมายถึง บรรพตแห่งศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อันเป็นทางขึ้นสู่ปราสาทที่สะดวกที่สุด

ปราสาทพระวิหารมีสถาปัตยกรรมแบบเขมร สร้างตามแนวเหนือใต้ซึ่งผิดแปลกไปจากปราสาทขอมส่วนใหญ่ ไทยและกัมพูชามีประวัติพิพาทเหนือตัวปราสาทเป็นเวลานานแล้ว ใน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิพากษาให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาท (ดู คดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505) และวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกในประเทศกัมพูชา

อินโดนีเซีย

Prambanan Trimurti.jpg

พรัมบานัน คือเทวสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในเขตชวากลาง ห่างจากเมืองยอกยาการ์ตาไปทางตะวันออกประมาณ 18 กิโลเมตร ตัววัดนั้นสร้างขื้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1390 แต่หลังจากสร้างเสร็จได้ไม่นาน ตัววัดก็ถูกทอดทิ้งและถูกปล่อยให้ทรุดโทรมตามกาลเวลา จนเมื่อถึงปี พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) จึงได้มีการเริ่มบูรณะวัดขึ้นมา การบูรณะของสิ่งก่อสร้างหลักสิ้นสุดลงเมื่อปี พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953)

ในปัจจุบัน พรัมบานันถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลกและนับได้ว่าเป็นหนึ่งในศาสนสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ตัววัดโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและความใหญ่โตของปรางค์ซึ่งมีความสูงถึง 47 เมตร

Puncakjaya.jpg

อุทยานแห่งชาติโลเรนซ์

อุทยานแห่งชาติโลเรนซ์ คือพื้นที่อนุรักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีสภาพแวดล้อมหลากหลายมากที่สุดในโลก[ต้องการอ้างอิง] ตั้งแต่แหล่งชุ่มน้ำริมทะเล ป่าฝนเขตร้อนจนถึงภูเขาหิมะ นอกจากนั้นยังได้ขุดพบฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ซึ่งเป็นหลักฐานอย่างดีเยี่ยมที่แสดงถึงความหลายหลายทางชีวภาพตั้งแต่ยุคบรรพกาล

Kerinci.jpg

มรดกของป่าฝนเขตร้อนบนเกาะสุมาตรา

มรดกของป่าฝนเขตร้อนบนเกาะสุมาตรา คือชื่อแหล่งมรดกโลกของประเทศอินโดนีเซียที่ตั้งอยู่บนเกาะสุมาตรา ประกอบด้วยเขตอุทยานแห่งชาติ 3 แห่งได้แก่ อุทยานแห่งชาติกุนุงลูเซอร์ (Gunung Leuser) อุทยานแห่งชาติเครินซีเซบลัต (Kerinci Seblat) และอุทยานแห่งชาติบูกิตบาริซานเซลาตัน (Bukit Barisan Selatan)

ลาว

Vat Xieng Thong arrière.JPG

หลวงพระบาง

หลวงพระบางเป็นเมืองเก่าแก่ของอาณาจักรล้านช้าง ตั้งแต่สมัยสถาปนาอาณาจักร ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่าเมืองซวา (ออกเสียงว่า ซัว) และเมื่อ พ.ศ. 1300 ขุนลอ ซึ่งถือเป็น ปฐมกษัตริย์ลาวได้ทรงตั้งเมืองซวาเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้างและได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่าเชียงทอง

เมื่อพระเจ้าฟ้างุ้ม (พ.ศ. 1896 – พ.ศ. 1916) เสด็จกลับจากกัมพูชา อันเนื่องจากพระองค์และพระบิดาต้องเสด็จลี้ภัยเพราะถูกขับไล่จากกษัตริย์องค์ก่อน ซึ่งแท้จริงก็คือพระอัยกาของเจ้าฟ้างุ้มนั่นเอง เจ้าฟ้างุ้มทรงรวบรวมกำลังขณะอยู่ในเสียมเรียบ และนำกองทัพนับพันกำลังเพื่อกู้ราชบัลลังก์กลับคืน และสถาปนาอาณาจักรขึ้น ต่อมาในสมัยพระโพธิสารราชเจ้าพระองค์ได้อาราธนาพระบางซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงคำ ขึ้นมาประดิษฐานอยู่ที่เมืองเชียงทองอันเป็นนครหลวง เมืองเชียงทองจึงถูกเรียกว่า หลวงพระบาง นับแต่นั้นมา

ปราสาทหินวัดพูและสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงในแขวงจำปาสัก

Wat Phou South side.jpg

ปราสาทหินวัดพูและสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงในแขวงจำปาสัก คือแหล่งมรดกโลกของประเทศลาวที่ตั้งอยู่ในแขวงจำปาสัก ประกอบไปด้วย ปราสาทหินวัดพู และสิ่งก่อสร้างใกล้เคียง

ไทย

สุโขทัยถือว่าเป็นอาณาจักรแห่งแรกของคนไทย สุโขทัยเกิดจากการสนธิคำ สุข และอุทัย ที่แปลว่ารุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลกแห่งนี้ประกอบด้วย อุทธยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทธยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยลัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อุทธยานประวัติศาสตร์ทั้งสามแห่งประกอบด้วยวัดและแหล่งโบราณคดีมากมายที่ แสดงถึงการเรื่มต้นของศิลปะไทยเมื่อประมาณ 700 ปีที่แล้วที่มีผลมาถึงปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์และพระพุทธรูปแบบสุโขทัยที่อ่อนช้อยเป็น เอกลักษณ์เฉพาะที่หาไม่ได้ในที่อื่น

กัมพูชา

มืองพระนคร (อังกอร์)

เมืองพระนครถือว่าเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญที่สุดในเอเชียอาคเนย์ มีพื้นที่รวมมากว่า 400 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย พื้นที่ป่าและเมืองพระนคร (อังกอร์) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเขมรโบราณ จากศตวรรษที่ 9 ถึง 15 มีแหล่งโบราณสถานหลายแห่งรวมทั้ง ปราสาทนครวัดที่มีชื่อเสียง นครธม และรูปสลักนับไม่ถ้วน จากภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าเมืองพระนครเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่ สุดในโลกก่อนยุคอุตสาหกรรม มีระบบสาธารณูปโภคเชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่อย่างน้อย 100 ตารางกิโลเมตร

เวียดนาม

 อ่าวฮาลอง

อ่าวฮาลองตั้งอยู่ในภาคจะวันออกเฉียงเหนือของเวียดนามในอ่างตังเกี๋ย ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 1,600 เกาะ  ในพื้นที่ 1553 ตารางกิโลเมตร ก่อให้เกิดทัศนนียภาพอันน่าตื่นใจ ของภูเขาหินปูน นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ

หมู่โบราณสถานเมืองเว้

เมืองเว้ตั้งอยู่ในเวียดนามตอนกลาง ริมฝั่งแม่น้ำหอม ถัดเข้ามาในแผ่นดินจากริมฝั่งทะเลจีนใต้ ทางฝั่งเหนือของแม่น้ำคือที่ตั้งของพระราชวัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของย่านประวัติศาสตร์ โบราณสถานและวัดสำคัญส่วนใหญ่ในเมืองเว้จะตั้งอยู่ในบริเวณนี้ ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำจะเป็นเมืองใหม่ ซึ่งมีย่านธุรกิจและที่พักอาศัยมากมาย เมืองเว้เคยเป็นเมืองหลวงเก่าในสมัยราชวงศ์เหงียนของเวียดนามช่วงปี พ.ศ. 2345 – 2488 ก่อนที่จะมีการแยกประเทศ  เว้เป็นทั้งศูนย์กลางการเมือง วัฒนธรรม และศาสนา โบราณสถานส่สนใหญ่ได้รับความเสียหายระหว่างการสู้รบในสงครามเวียดนาม

มาเลเซีย

มะละกาและจอร์จทาวน์ เมืองประวัติศาสตร์บนช่องแคบมะละกา 

มะละกาและจอร์จทาวนได้ถูกพัฒนามากว่า 500 ปี โดยเป็นศูนย์กลางการค้าและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกกับตะวันตก อิทธิพลของเอเชียและยุโรปได้ส่งผลให้เมืองนี้เกิดมรดกทางวัฒนธรรมที่หลาก หลายโดยแสดงออกในรูปแบบของ โบสถ์ ที่ทำการรัฐบาล จตุรัส
ป้อมปราการและบ้านเรือน มะละกาได้แสดงถึงพัฒนาการจากยุค สุลต่านมาเลย์ การเข้ามาของโปรตุเกส และฮอลแลนด์ ส่วนจอร์จทาวน์เป็นตัวแทนถึงยุคอาณานิคมอังกฤษ สองเมืองนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่หาไม่ได้ในเอเชียอาคเนย์

 

 

      

งานอาเซียน โรงเรียนเสาไห้ ” วิมลวิทยานุกูล ”

วันงานอาเซียนที่ ร.ร. เสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล”  ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ มีการจัดเต้นประเทศในอาเซียน

ตอนประธานกล่าวเปิดงาน

นักเรียน ได้ช่วยกันร้องเพลงประสานเสียงกัน

ภาพตอนรำเพลงอาเซียน

และยังมีการจัดเต้นที่ให้ความรู้ บริเวณรอบๆโดม

ประเทศ บรูไน

ประเทศกัมพูชา

ประเทศอินโดนีเซีย

ประเทศลาว

ประเทศมาเลเซีย

ประเทศพม่า

ประเทศฟิลิปปินส์

ประเทศสิงคโปร์

ประเทศไทย

ประเทศเวียดนาม

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=ETrMCtK_sdA#t=0s

กำเนิดอาเซียน

กำเนิดอาเซียน

อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ (The Bangkok Declaration) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 โดยสมาชิกผู้ก่อตั้งมี 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ซึ่งผู้แทนทั้ง  5 ประเทศ ประกอบด้วย นายอาดัม  มาลิก (รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย) ตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย) นายนาซิโซ  รามอส (รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์)  นายเอส  ราชารัตนัม (รัฐมนตรีต่างประเทศสิงค์โปร์ และพันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ (รัฐมนตรีต่างประเทศไทย) ในเวลาต่อมาได้มีประเทศต่างๆ เข้าเป็นสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม (เป็นสมาชิกเมื่อ 8 ม.ค. 2527) เวียดนาม (วันที่ 28 ก.ค. 2538)  ลาว พม่า (วันที่ 23 ก.ค. 2540) และ กัมพูชา (วันที่ 30 เม.ย. 2542) ตามลำดับ จากการรับกัมพูชาเข้าเป็นสมาชิก ทำให้อาเซียนมีสมาชิกครบ 10 ประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

วิดีโอ

http://www.youtube.com/watch?feature=player_detailpage&v=JHKBhcKUNjo#t=0s

ที่มา

http://203.172.142.8/en/index.php?option=com_content&view=article&id=4&Itemid=21

 

ประชาคมอาเซียนประกอบด้วยเสาหลัก 3 เสา ดังต่อไปนี้

ประชาคมอาเซียนประกอบด้วยเสาหลัก 3 เสา ดังต่อไปนีความร่วมมือ  1.ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน  (ASEAN Security Community – ASC) มุ่งให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีระบบแก้ไขความขัดแย้ง ระหว่างกันได้ด้วยดี มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน มีกรอบความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมั่นคง

2.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC) มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน อันจะทำให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่น ๆ ได้เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซียน โดย

               มุ่งให้เกิดการไหลเวียนอย่างเสรีของ สินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคมภายในปี 2020

               ทําให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว (single market and production base)

                 ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียนเพื่อลดช่องว่างการพัฒนาและช่วยให้ประเทศเหล่านี้เข้าร่วมกระบวนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน

               ส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการเงินและเศรษฐกิจมหภาคตลาดการเงินและตลาดทุน การปะกันภัยและภาษีอากร การพัฒนาโครงสร้างพิ้นฐานและการคมนาคม พัฒนาความร่วมมือด้านกฎหมาย การเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยการยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝีมือแรงงาน
   
          กลุ่มสินค้าและบริการนำร่องที่สำคัญ ที่จะเกิดการรวมกลุ่มกัน คือ สินค้าเกษตร / สินค้าประมง / ผลิตภัณฑ์ไม้ / ผลิตภัณฑ์ยาง / สิ่งทอ / ยานยนต์ /อิเล็กทรอนิกส์ / เทคโนโลยีสารสนเทศ (e-ASEAN) / การบริการด้านสุขภาพ, ท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศ (การบิน) กำหนดให้ปี พ.ศ. 2558 เป็นปีที่เริ่มรวมตัวกันอย่างเป็นทางการ โดยผ่อนปรนให้กับประเทศ ลาว กัมพูชา พม่า และเวียตนาม สำหรับประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ทำ Roadmap ทางด้านท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศ (การบิน)
        3.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC) เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม
            สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนนั้น ประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้นำในการก่อตั้งสมาคมอาเซียน มีศักยภาพในการเป็นแกนนำในการสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง จึงได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาอาเซียน โดยจะมุ่งเน้นเรื่องการศึกษา ซึ่งจัดอยู่ในประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ที่จะมีบทบาทสำคัญที่จะส่งเสริมให้ประชาคมด้านอื่น ๆ ให้มีความเข้มแข็ง เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน และจะมีการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอาเซียนศึกษา เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษา ด้วยการสร้างความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน ความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ หลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาการติดต่อสื่อสารระหว่างกันในประชาคมอาเซียน     3.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC) เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม

          สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนนั้น ประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้นำในการก่อตั้งสมาคมอาเซียน มีศักยภาพในการเป็นแกนนำในการสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง จึงได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาอาเซียน โดยจะมุ่งเน้นเรื่องการศึกษา ซึ่งจัดอยู่ในประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ที่จะมีบทบาทสำคัญที่จะส่งเสริมให้ประชาคมด้านอื่น ๆ ให้มีความเข้มแข็ง เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน และจะมีการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอาเซียนศึกษา เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษา ด้วยการสร้างความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน ความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ หลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาการติดต่อสื่อสารระหว่างกันในประชาคมอาเซียน

กำเนิดอาเซียน

กำเนิดอาเซียน

อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ (The Bangkok Declaration) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 โดยสมาชิกผู้ก่อตั้งมี 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ซึ่งผู้แทนทั้ง  5 ประเทศ ประกอบด้วย นายอาดัม  มาลิก (รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย) ตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย) นายนาซิโซ  รามอส (รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์)  นายเอส  ราชารัตนัม (รัฐมนตรีต่างประเทศสิงค์โปร์ และพันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ (รัฐมนตรีต่างประเทศไทย) ในเวลาต่อมาได้มีประเทศต่างๆ เข้าเป็นสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม (เป็นสมาชิกเมื่อ 8 ม.ค. 2527) เวียดนาม (วันที่ 28 ก.ค. 2538)  ลาว พม่า (วันที่ 23 ก.ค. 2540) และ กัมพูชา (วันที่ 30 เม.ย. 2542) ตามลำดับ จากการรับกัมพูชาเข้าเป็นสมาชิก ทำให้อาเซียนมีสมาชิกครบ 10 ประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

http://203.172.142.8/en/index.php?option=com_content&view=article&id=4&Itemid=21

ประชาคมอาเซียน

ประชาคมอาเซียน

ประชาคมอาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations : ASEAN) เป็นองค์กรระหว่างประเทศระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจุดเริ่มต้นโดยประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง สมาคมอาสา (Association of South East Asia) เมื่อเดือน ก.ค.2504 เพื่อการร่วมมือกันทาง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม แต่ดำเนินการไปได้เพียง 2 ปี ก็ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากความผกผันทางการเมืองระหว่างประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย จนเมื่อมีการฟื้นฟูสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างสองประเทศ จึงได้มีการแสวงหาหนทางความร่วมมือกันอีกครั้ง สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 ส.ค.2510 หลังจากการลงนามในปฎิญญาสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

http://www.youtube.com/watch?feature=player_detailpage&v=zuZXGw4s6yA

เพลงอาเซียน

เพลงอาเซียน

ดิอาเซียนเวย์

The Asean way

Raise our flag high, sky high
Embrace the pride in our heart
ASEAN we are bonded as one
Look’in out to the world.
For peace, our goal from the very start
And prosperity to last.
We dare to dream we care to share.
Together for ASEAN
we dare to dream
we care to share for it’s the way of ASEAN.

ชูธงของเราขึ้นสูงสุดฟ้า
โอบเอาความภาคภูมิไว้ในใจ
อาเซียนเราผูกพันเป็นหนึ่ง
มองหมายมุ่งไปยังโลกกว้าง
เพื่อสันติภาพ คือเป้าหมายแรกสุด
และความเจริญมั่งคั่งคือเป้าหมายในที่สุดของเรา

เรากล้าที่จะฝัน เราใส่ใจที่จะแบ่งปัน
ร่วมกันเพื่ออาเซียน
เรากล้าที่จะฝัน
เราใส่ใจที่จะแบ่งปัน เพื่อเป็นวิถีแห่งอาเซียน

http://www.youtube.com/watch?v=v0MPtgA9Wfg&feature=player_embedded 

เพลงอาเซียนรวมใจ

เนื้อร้อง/ทำนอง ประภาส ชลศรานนท์
ดนดรี คุณพระช่วยออร์เคสตรา
ขับร้อง ปาน ธนพร แวกประยูร / บี พีระพัฒน์ เถรว่อง

* อาเซียนร่วมใจ อาเซียนเรามาร่วมใจ
อาเซียนร่วมใจ อาเซียนเรามาร่วมใจ
มาเลเซีย พม่า กัมพูชา ลาว ไทย
สิงคโปร์ เวียดนาม บรูไน ฟิลิปปินส์ … อินโดนีเซีย

อาเซียนร่วมใจ อาเซียนเรามาร่วมใจ
อาเซียนร่วมใจ อาเซียนเรามาร่วมใจ

(ญ.) รอบบ้านเราอยู่ติดกัน ขอบรั้วชนกัน เป็นบ้านพี่เมืองน้อง
ตะวันออกเฉียงใต้เรืองรอง แผ่นดินสีทองสาดส่องบ้านเรา
รอบบ้านเราอยู่ติดกัน สุขทุกข์รวมกัน แบ่งปันบรรเทา
ฝนรั่ว ฝนแล้งก็แบ่งเบา บ้านเธอบ้านเขาเรามาช่วยเหลือกัน

(ซ้ำ *)

อาเซียนร่วมใจ อาเซียนเรามาร่วมใจ
อาเซียนร่วมใจ อาเซียนเรามาร่วมใจ
(ช.) ข้าวปลาและอาหาร ตั้งร้านเรียงกัน ผูกพันแลกเปลี่ยน
วัฒนธรรมเราหมุนเวียน ปรับเปลี่ยนเชื่อมโยง เสริมส่งแข็งแรง
(พร้อมกัน) มาจับมือกันสร้างรั้ว เพราะลมเศรษฐกิจนั้นมันพัดแรง
รั้วนี้จะแข็งจะแกร่ง มันอยู่ที่เรา ผองชาวอาเซียนร่วมใจ

(ญ.) รอบบ้านเราอยู่ติดกัน ขอบรั้วชนกัน เป็นบ้านพี่เมืองน้อง
ตะวันออกเฉียงใต้เรืองรอง แผ่นดินสีทองสาดส่องบ้านเรา
(ช.) เพราะบ้านเราอยู่ติดกัน สุขทุกข์ร่วมกัน แบ่งปันบรรเทา
ฝนรั่ว ฝนแล้งก็แบ่งเบา บ้านเธอบ้านเขาเรามาช่วยเหลือกัน

อาเซียนร่วมใจ อาเซียนเรามาร่วมใจ
อาเซียนร่วมใจ อาเซียนเรามาร่วมใจ

(ช.) ข้าวปลาและอาหาร ตั้งร้านเรียงกัน ผูกพันแลกเปลี่ยน
วัฒนธรรมเราหมุนเวียน ปรับเปลี่ยนเชื่อมโยง เสริมส่งแข็งแรง
(พร้อมกัน) มาจับมือกันสร้างรั้ว เพราะลมเศรษฐกิจนั้นมันพัดแรง
รั้วนี้จะแข็งจะแกร่ง มันอยู่ที่เรา ผองชาวอาเซียนร่วมใจ

(อาเซียนร่วมใจ อาเซียนเรามาร่วมใจ) มาเลเซีย พม่า
(อาเซียนร่วมใจ อาเซียนเรามาร่วมใจ) กัมพูชา ลาว ไทย
(อาเซียนร่วมใจ อาเซียนเรามาร่วมใจ) สิงคโปร์ เวียดนาม บรูไน
(อาเซียนร่วมใจ อาเซียนเรามาร่วมใจ) ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย … อาเซียน

http://www.youtube.com/watch?v=sZ_RZR5rZYg&feature=player_embedded

ดิอาเซียนเวย์” (อังกฤษ: The ASEAN Way) เป็นบทเพลงประจำสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อย่างเป็นทางการ ประพันธ์ทำนองโดย กิตติคุณ สดประเสริฐ และสำเภา ไตรอุดม คำร้องโดย พยอม วลัยพัชรา จากประเทศไทย เพลงนี้ได้รับการคัดเลือกเป็นเพลงประจำสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 จากผลงานเพลงที่เข้าประกวดทั้งหมด 99 เพลงจากชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ

ประวัติ

แนวคิดในการจัดทำเพลงประจำอาเซียน

แนวคิดในการมีเพลงประจำอาเซียนเกิดขึ้นครั้งแรกจากการหารือในที่ประชุมคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศ ครั้งที่ 29 เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2537 โดยที่ประชุมมีความเห็นว่าอาเซียนควรจะมีเพลงประจำอาเซียน เพื่อใช้เปิดในช่วงของการจัดกิจกรรมต่างๆ ทางด้านวัฒนธรรมและสนเทศ โดยการจัดทำโครงการประกวดเพลงประจำอาเซียนนั้น ที่ประชุมมีมติให้ใช้เงินจากกองทุนวัฒนธรรมอาเซียน

ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศ ครั้งที่ 29 ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2540 ที่ประเทศมาเลเซีย ได้มีการพิจารณาเพลงประจำอาเซียนที่เข้าประกวดในรอบสุดท้าย โดยเพลงที่เข้ารอบในครั้งนั้นเป็นเพลงจากประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งบทเพลงที่ได้รับรางวัลชนะเลิศคือเพลง ASEAN Song of Unity จากประเทศฟิลิปปินส์ แต่เพลงดังกล่าวนี้ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในประเทศสมาชิก เนื่องจากได้ใช้เปิดเฉพาะในการประชุมคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ทำให้การประชุมสุดยอดอาเซียนช่วงต่อมามีการแต่งเพลงเพื่อใช้เปิดในที่ประชุมเป็นคราวๆ ไป

 การประกวดเพลงประจำอาเซียนในปี พ.ศ. 2551

เพื่อให้เป็นไปตามกฎบัตรอาเซียนบทที่ 40 ซึ่งระบุให้อาเซียนมีเพลงประจำอาเซียน สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงได้มอบหมายให้ประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวดเพลงประจำอาเซียน โดยที่ประชุมประเทศสมาชิกอาเซียนได้เห็นชอบให้กำหนดรูปแบบการแข่งขันเป็น open competition ทั้งนี้ อาเซียนได้มอบหมายให้สำนักเลขานุการอาเซียนในแต่ละประเทศกลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและจัดส่งให้ประเทศไทยภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551

กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย ได้ดำเนินการเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดเพลงประจำอาเซียนระดับภูมิภาคในรอบแรก เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ที่โรงแรม Pullman Bangkok King Power โดยมีกรรมการจากประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศละ 1 คน ซึ่งคณะกรรมการการประกวดได้คัดเลือกเพลงจำนวน 10 เพลงให้เข้ารอบสุดท้าย จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด 99 เพลง และได้ดำเนินการประกวดรอบตัดสิน เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 โดยคณะผู้ตัดสินประกอบด้วยกรรมการจากอาเซียน 10 คนในรอบแรก และจากประเทศนอกอาเซียนอีก 3 คน ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน และประเทศออสเตรเลีย โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือกเพลง “The ASEAN Way” (ดิอาเซียนเวย์) ของประเทศไทย ซึ่งประพันธ์โดยกิตติคุณ สดประเสริฐ (ทำนองและเรียบเรียง) สำเภา ไตรอุดม (ทำนอง) และพะยอม วลัยพัชรา (เนื้อร้อง) ให้เป็นเพลงประจำอาเซียน

เพลงดิอาเซียนเวย์ได้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ณ โรงละครอักษรา โดยมีวงดุริยางค์ทหารเรือของกองทัพเรือไทยเป็นผู้บรรเลงเพลง และได้ใช้บรรเลงอย่างเป็นทางการในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย

หลักเกณฑ์การประกวดเพลงประจำอาเซียน

หลักเกณฑ์การประกวดเพลงประจำอาเซียนมีดังนี้

  1. เป็นภาษาอังกฤษ
  2. มีลักษณะเป็นเพลงชาติประเทศสมาชิกอาเซียน
  3. มีความยาวไม่เกิน 1 นาที
  4. เนื้อร้องสะท้อนความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียนและความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมและเชื้อชาติ
  5. เป็นเพลงที่แต่งขึ้นใหม่

ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศการประกวดจะได้รับเงินรางวัล 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ

 คณะกรรมการผู้ตัดสิน

คณะกรรมการจากประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ
คณะกรรมการจากประเทศที่มิได้เป็นสมาชิกอาเซียน

วิดีโอ

http://www.youtube.com/watch?v=v0MPtgA9Wfg

ที่มา

http://www.thaigoodview.com/node/113637